วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552
เค้ก dark chocolate
เค้กทีเด็ดของร้านเรา เป็นช๊อคโกแลตที่เข้มข้นมากๆ เหมือนกินช๊อคโกแลตเข้าไปทั้งอัน ทั้งปรับสูตรให้มีความหวาน ขม พอดิบพอดีน่าจะชอบกันทุกคน (มั้ง) ลองทานซักชิ้นนะครับรับรองติดใจ
ร้านเราอยู่ที่นี่จ้า
ถ้าเพื่อนอยากลองมานั่งเล่น กินเล่น นอนเล่น ที่ร้านเราก็ยินดีนะครับ ค่าบริการบุฟเฟต์185.-บาท เน๊ตแล้วครับ ไม่แพงๆ ลองมาทานกันนะครับ
Buffet Cake ร้อนๆจ้า
รูปสวีตตี้ซีเครท
ลืมๆ ตอนที่จะหารูปขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเด่นของร้าน ต้องใช้กล้องที่มีpixel สูงมาก10ล้านขึ้นไป แต่พวกเราไม่ใครชำนาญกล้องเลยเราจึงไปของร้องบิลลี่ครับ ผู้มีฝีมือในการถ่ายภาพฉกาจฉกรรย์ ซึ่งเป็นประธานชมรมโฟโต้ของจุฬาลงกรณ์ นี่คือรูปของบิลลี่ก่อน เอาไปปรับ photoshop ครับ

วันเปิดร้าน
หลังจากที่พวกเรา7คน (6+1คนแคระ55+) ร่วมหัวลงเรือพากันไปเจ๊งเอ้ยเปิดร้าน เราก็ลงแรงกันเอ
คับเนื่องจากไม่มีตัง ทาสีร้านเอง สกรูไม้กับผนัง ตามวิชาความรู้ที่ไม่ได้รั่มเรียนมา (ฮา) มันก็จบลงแบบช้ำครับ คือ โต๊ะสูงไปบ้าง กะขนาดผิดบ้าง ยังขาดๆเกินๆเยอะครับ แต่ดีตรงที่ วันเเรกเราชักชวนหน้าม้ามากันเยอะคับ ญาติกันเองนี่แหละครับ เนื่องจากมีเพื่อกัน7คน ทำให้ญาติเยอะตามไปด้วย อันนี้ครอบครัวผมนะครับ เล็กๆอบอุ่น
คับเนื่องจากไม่มีตัง ทาสีร้านเอง สกรูไม้กับผนัง ตามวิชาความรู้ที่ไม่ได้รั่มเรียนมา (ฮา) มันก็จบลงแบบช้ำครับ คือ โต๊ะสูงไปบ้าง กะขนาดผิดบ้าง ยังขาดๆเกินๆเยอะครับ แต่ดีตรงที่ วันเเรกเราชักชวนหน้าม้ามากันเยอะคับ ญาติกันเองนี่แหละครับ เนื่องจากมีเพื่อกัน7คน ทำให้ญาติเยอะตามไปด้วย อันนี้ครอบครัวผมนะครับ เล็กๆอบอุ่น

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552
Sweety Secret newblog
ในที่สุด sweety secret ก็มีเว็บของตัวเองซักทีครับ ช่วงนี้สอบกันหมดทุกคนเลย หวังว่าเพื่อนจะผ่านไปได้ทุกคนนะครับ ผมเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดเช่นกันเมื่อ โปรเจคและกรรม(งาน)เก่า มารวมกันถึงกับฆ่ากันเลยทีเดียว เห็นว่าเพื่อนๆตามหาร้านของเราไม่เจอ แล้วโทรเข้ามาถามกันมากมาย วันนี้ sweety secret จะมาเปิดเผยความลับ(ที่ไม่ลับ) ให้ฟังนะครับ
เรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นจากเพื่อนเทพศิรินทร์ ที่อยากลองทำธุรกิจร่วมกันแต่ไม่มีตัง(กรรม) เราจึงข้ามน้ำข้ามทะเลไปอเมริกาเพื่อไปขุดทอง เอ้ยไป Work & Travel และแล้วการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น
เรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นจากเพื่อนเทพศิรินทร์ ที่อยากลองทำธุรกิจร่วมกันแต่ไม่มีตัง(กรรม) เราจึงข้ามน้ำข้ามทะเลไปอเมริกาเพื่อไปขุดทอง เอ้ยไป Work & Travel และแล้วการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น
จากการที่ต้องการเงินมากๆเพื่อทำตามความฝันของเรานั้น ทำให้ต้องทำงานหนักมาก พวกเราทำงาน 3 อย่างในวันเดียว ทำ mc ในตอนเช้า และตอนกลางวันล้างรถ กลางคืนไปทำร้านอาหาร บางวันทำถึง 17 ชมต่อวัน สลบไสลไปตามๆกัน แต่บรรยากาศใน อเมริกาเต็มไปด้วยความอบอุ่นมากๆ เพื่อนทุกคนให้ความทรงจำดีๆด้วยกันมากมาย (ดื่มกันทุกคืน) เเม้จะทะเลาะกันบ่อยเพราะแย่งกัน(ไม่)ล้างจาน แต่ก็ร่วมด้วยช่วยกันกิน ด้วยฝีมือทำอาหารของต้อม ก็ทำให้เราต้องง้อมันทุกวัน ไม่งั้นใส้ขาด ก่อนกลับ เราไปนอนบ้านอาแป๊ะของเพื่อนผม ซึ่งก็ดูแลพวกเราอย่าง โดยเฉพาะ 7 วันก่อนกลับเมืองไทยเราได้ไป LA กันสนุกสนานมากครับ หลังจากเก็บหอมรอมริบตังอย่างดีพวกเราจึงกลับมาเมืองไทย แต่การเปิดร้านที่พวกเราใฝ่ฝันนั้นยังมีอุปสรรคมากมายซึ่งผมจะนำมาเล่าต่อวันหลังครับ

สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


